
เผยแพร่โดย The Zero Phuket • อัปเดตล่าสุด: ปี 2569 • อ่านประมาณ 12 นาที
สารบัญ
(คลิกขวาที่สารบัญ แล้วเลือก Update Field เพื่ออัปเดตเลขหน้า)
คอนโดภูเก็ตติดทะเล คือคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ติดหรือใกล้แนวชายหาดมากที่สุดบนเกาะภูเก็ต ซึ่งผู้ซื้อส่วนใหญ่กำลังมองหา 3 สิ่งพร้อมกัน ได้แก่ ทำเลที่ติดทะเลจริง ราคาที่คุ้มค่า และศักยภาพในการปล่อยเช่าทำกำไร บทความนี้ตอบทุกคำถามสำคัญแบบครบจบในที่เดียว ตั้งแต่ราคาเริ่มต้นของแต่ละหาด ความแตกต่างระหว่าง “ติดทะเล” กับ “วิวทะเล” กฎหมายการถือครองสำหรับชาวต่างชาติ ไปจนถึงเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ โดยอ้างอิงข้อมูลกฎหมายและตลาดที่ตรวจสอบได้จริง เพื่อให้คุณเลือกคอนโดภูเก็ตติดทะเลได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด
สรุปคำตอบเร็ว (Quick Answer)
|
คำว่า “ติดทะเล” กับ “วิวทะเล” ถูกใช้ปะปนกันจนผู้ซื้อจำนวนมากเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ในทางปฏิบัติทั้งสองคำให้ประสบการณ์และมูลค่าที่ต่างกันชัดเจน คอนโดภูเก็ตติดทะเลหมายถึงตัวอาคารตั้งอยู่ติดหรือใกล้แนวหาดโดยตรง สามารถเดินถึงทรายได้ในไม่กี่ก้าว ขณะที่ “คอนโดวิวทะเล” คือยูนิตที่มองเห็นทะเล แต่ตัวอาคารมักตั้งอยู่บนเนินเขาหรือถัดจากถนนเลียบหาดเข้าไป
ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เรื่องการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากข้อจำกัดทางกายภาพและกฎหมายของเกาะภูเก็ตโดยตรง และเป็นเหตุผลว่าทำไมคอนโดที่ “ติดทะเลจริง” จึงมีจำนวนจำกัดและมักตั้งราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด
เหตุผลหลักไม่ได้อยู่ที่ดีมานด์(ความต้องซื้อ)เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กฎหมายควบคุมอาคารบริเวณชายฝั่งของภูเก็ต ซึ่งกำหนดว่ายิ่งใกล้ทะเลยิ่งสร้างอาคารได้เตี้ยลง ตามแนวทางทั่วไปของเทศบัญญัติในพื้นที่ชายฝั่ง พื้นที่ในระยะประมาณ 50 เมตรจากแนวน้ำขึ้นสูงสุดมักก่อสร้างได้สูงไม่เกินราว 6 เมตร ระยะ 50–200 เมตรไม่เกินราว 12 เมตร และระยะ 200–400 เมตรไม่เกินราว 16 เมตร โดยมีเพดานความสูงรวมในพื้นที่ที่อนุญาตอยู่ที่ราว 23 เมตร (รายละเอียดแตกต่างกันตามผังเมืองและเทศบัญญัติของแต่ละตำบล)
นอกจากนี้ภูเก็ตยังมีเพดานห้ามก่อสร้างเหนือระดับน้ำทะเล 80 เมตรมาอย่างยาวนาน แม้มติคณะรัฐมนตรีที่มีผลตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2567 จะผ่อนปรนให้ก่อสร้างในพื้นที่สูง 80–140 เมตรได้ในบาง “โซน 6” แต่ยังคงกันพื้นที่ชายฝั่งและเขตอนุรักษ์ไว้เช่นเดิม ผลลัพธ์คือไม่สามารถสร้างอาคารสูงริมหาดได้ คอนโดภูเก็ตติดทะเลที่อยู่ในแถบแรกของชายหาดจึงมีจำนวนจำกัดมากตามธรรมชาติ
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ เพราะเกาะภูเก็ตมีพื้นที่เป็นภูเขาราว 70% และที่ดินกว่าครึ่งอยู่สูงเกิน 80 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่ดินติดหาดที่สร้างคอนโดได้จริงจึงมีน้อยมาก ส่วนต่างราคาของยูนิต “ติดทะเล/วิวทะเลเต็ม” เมื่อเทียบกับยูนิตวิวสวนหรือวิวเมือง (sea-view premium) จึงมักสูงถึงราว 15–25% และมูลค่าของคอนโดภูเก็ตติดทะเลในทำเลที่ของหายากมักรักษาระดับราคาได้ดีในระยะยาว |
ชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ตคือหัวใจของตลาดคอนโดภูเก็ตติดทะเล เพราะเป็นที่ตั้งของหาดทรายขาวที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ละหาดมีบุคลิก กลุ่มผู้เช่า และระดับราคาที่ต่างกัน ต่อไปนี้คือสรุปทำเลหลักที่ควรรู้จัก
ทำเลที่เติบโตเร็วและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในรอบหลายปี เด่นเรื่องโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์ ไลฟ์สไตล์หรู และฐานผู้เช่าระยะยาวกลุ่มครอบครัวต่างชาติและนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง คอนโดภูเก็ตติดทะเลในโซนนี้มักให้ผลตอบแทนขั้นต้นสูงราว 7–9% พร้อมสภาพคล่องในการขายต่อที่ดี
โซนพรีเมียมเงียบสงบ เหมาะกับผู้ซื้อที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและคุณภาพชีวิตระดับสูง ราคาต่อตารางเมตรอยู่ในกลุ่มสูงสุดของเกาะ จุดเด่นคือซัพพลาย (ความต้องการขาย)จำกัดเมื่อเทียบกับดีมานด์ ทำให้ราคามีแนวโน้มมั่นคงและลดยาก เหมาะกับกลยุทธ์เน้นการเติบโตของมูลค่าควบคู่ผลตอบแทน
ศูนย์กลางความบันเทิงและนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี อัตราการเข้าพักสูงที่สุดบนเกาะในช่วงไฮซีซัน คอนโดภูเก็ตติดทะเลและใกล้หาดในโซนนี้ให้ผลตอบแทนขั้นต้นราว 6.5–8% แต่เป็นตลาดที่แข่งขันสูง มีค่าใช้จ่ายในการบริหารและสึกหรอของห้องมากกว่าโซนอื่น
ทำเลสมดุลที่ได้รับความนิยมจากครอบครัวและนักเล่นเซิร์ฟ ราคาจับต้องได้กว่าบางเทาหรือสุรินทร์ ดีมานด์การเช่าระยะสั้นสม่ำเสมอ ให้ผลตอบแทนขั้นต้นราว 5.8–7.2% เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักลงทุนงบกลาง
โซนทางใต้ของเกาะที่มีราคาเข้าถึงได้และเป็นที่นิยมของกลุ่มอยู่อาศัยระยะยาว ดิจิทัลโนแมด และผู้เกษียณ ราคาเริ่มต้นต่ำกว่าโซนกลางเกาะ เหมาะกับผู้ที่มองหากระแสเงินสดค่าเช่าระยะยาวที่นิ่งและความเสี่ยงต่ำ
โซนเงียบสงบใกล้สนามบินนานาชาติภูเก็ต (HKT) ติดอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เหมาะกับผู้ที่ต้องการธรรมชาติและความเป็นส่วนตัว มีโครงการรีสอร์ทเรสซิเดนซ์ระดับบนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ตารางต่อไปนี้สรุประดับราคาคอนโดภูเก็ตติดทะเลและใกล้ทะเลแบบโดยประมาณในปี 2569 เพื่อใช้เปรียบเทียบเบื้องต้น โดยราคาจริงขึ้นอยู่กับโครงการ ชั้น ทิศวิว และระยะห่างจากหาด
ทำเล / หาด | ราคาคอนโด (บาท/ตร.ม.) | เริ่มต้น สตูดิโอ–1 น. | ผลตอบแทน (Gross) |
บางเทา / เชิงทะเล / ลากูน่า | 170,000–300,000 | 3–7 ล้านบาท | 7–9% |
สุรินทร์ & กมลา | 180,000–350,000 | 4–9 ล้านบาท | 5–7% |
ป่าตอง | 130,000–220,000 | 2.8–5 ล้านบาท | 6.5–8% |
กะตะ & กะรน | 140,000–230,000 | 3.2–5 ล้านบาท | 5.8–7.2% |
ในหาน & ราไวย์ | 120,000–190,000 | 2.5–4 ล้านบาท | 6–8% |
ไม้ขาว / ลายัน / ในยาง | 130,000–250,000 | 3–6 ล้านบาท | 5–7% |
หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นช่วงราคาโดยประมาณสำหรับปี 2569 รวบรวมและวิเคราะห์โดยทีมวิจัย The Zero Phuket ราคาและผลตอบแทนจริงเปลี่ยนแปลงตามโครงการ ชั้น วิว และสภาพตลาด ผลตอบแทนสุทธิ (Net) มักต่ำกว่าตัวเลขขั้นต้น (Gross) ประมาณ 1.5–3% หลังหักค่าบริหาร ค่าส่วนกลาง ค่าการตลาด และภาษี
ได้ และคอนโดมิเนียมคือทรัพย์สินประเภทเดียวที่ชาวต่างชาติถือครองแบบกรรมสิทธิ์ขาดในชื่อตนเองได้ตามกฎหมายไทย แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ครบก่อนวางเงิน เพราะการซื้อคอนโดภูเก็ตติดทะเลเป็นการตัดสินใจทางการเงินก้อนใหญ่ที่มีผลผูกพันระยะยาว
ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 (มาตรา 19) ชาวต่างชาติถือครองห้องชุดแบบกรรมสิทธิ์ได้ โดยสัดส่วนพื้นที่ที่ชาวต่างชาติถือครองรวมกันต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคาร อีก 51% ต้องเป็นของคนไทยหรือนิติบุคคลไทย โควตานี้คิดเป็น “พื้นที่” ไม่ใช่จำนวนยูนิต และคำนวณแยกเป็นรายอาคาร เมื่อโควตาต่างชาติของโครงการเต็มแล้ว ชาวต่างชาติจะถือครองได้เฉพาะในรูปแบบสัญญาเช่าระยะยาว (Leasehold) ทั่วไป 30 ปี ซึ่งต่ออายุได้ตามที่ตกลงในสัญญา แต่กฎหมายไม่ได้รับประกันการต่ออายุโดยอัตโนมัติ
ข้อแนะนำสำคัญ: ก่อนทำสัญญาจอง ควรขอหนังสือยืนยันสถานะโควตาต่างชาติเป็นลายลักษณ์อักษรจากนิติบุคคลอาคารชุด เพราะคอนโดภูเก็ตติดทะเลในทำเลยอดนิยมมักมีโควตาต่างชาติเต็มอย่างรวดเร็ว บางครั้งตั้งแต่ก่อนสร้างเสร็จ
เงินที่ใช้ซื้อต้องโอนเข้ามาจากต่างประเทศเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ แล้วแปลงเป็นเงินบาทที่ธนาคารในไทย พร้อมขอแบบรายงานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Transaction Form หรือ FET) จากธนาคารผู้รับ โดยทั่วไปการโอนตั้งแต่ประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปต้องออกแบบ FET (บางธนาคารกำหนดที่ระดับต่ำกว่านี้) เอกสารนี้เป็นหลักฐานที่สำนักงานที่ดินใช้ในการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ให้ชาวต่างชาติ หากเอกสารไม่ถูกต้องอาจถูกปฏิเสธการจดทะเบียน
ค่าใช้จ่าย ณ วันโอนโดยรวมมักอยู่ที่ราว 3–6% ของราคาซื้อขาย ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน (ปกติ 2% แต่มีมาตรการลดเหลือ 0.01% สำหรับห้องชุดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทตามช่วงเวลาที่รัฐกำหนด) ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายมักตกลงแบ่งกันจ่าย นอกจากนี้ในปี 2568–2569 ยังมีมาตรการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ที่อาจเป็นประโยชน์กับผู้ซื้อบางกลุ่ม ทั้งนี้เงื่อนไขและวันสิ้นสุดของมาตรการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนทำธุรกรรม
ข้อสังเกต: มีการหารือเชิงนโยบายเรื่องการเพิ่มโควตาต่างชาติเป็น 75% และขยายสิทธิการเช่าเป็น 99 ปี แต่ ณ ปัจจุบันยังเป็นเพียงข้อเสนอและยังไม่มีผลบังคับเป็นกฎหมาย โควตา 49% และเพดานเช่า 30 ปียังคงใช้บังคับอยู่
คอนโดภูเก็ตติดทะเลได้รับความนิยมในฐานะสินทรัพย์สร้างกระแสเงินสด เพราะภูเก็ตมีดีมานด์การเช่าจากนักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาวตลอดทั้งปี โดยทั่วไปผลตอบแทนขั้นต้น (Gross Yield) ของคอนโด 1 ห้องนอนในทำเลหลักอยู่ที่ราว 5–9% ต่อปี ขณะที่ผลตอบแทนสุทธิ (Net Yield) หลังหักค่าบริหาร ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มจอง ค่าทำความสะอาด ค่าซ่อมบำรุง ช่วงห้องว่าง และภาษี มักอยู่ที่ราว 4–6%
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดผลตอบแทนมี 3 ตัว ได้แก่ ราคาต่อตารางเมตร อัตราค่าเช่าเฉลี่ยต่อคืน และอัตราการเข้าพักตลอดปี ช่วงไฮซีซัน (พฤศจิกายน–เมษายน) อัตราการเข้าพักของห้องที่บริหารดีมักอยู่ที่ราว 72–85% ส่วนโลว์ซีซัน (พฤษภาคม–ตุลาคม) ลดลงมาที่ราว 45–60% ดังนั้นโมเดลผลตอบแทนที่น่าเชื่อถือควรแยกคำนวณรายได้ของสองฤดูกาลออกจากกัน ไม่ใช้ตัวเลขไฮซีซันมาเฉลี่ยทั้งปี
ระวังตัวเลขผลตอบแทนในโบรชัวร์ โครงการจำนวนมากโฆษณาผลตอบแทนแบบขั้นต้นหรือแบบรับประกัน (Guaranteed Return) ซึ่งมักถูกบวกเข้าไปในราคาขายแล้ว ก่อนซื้อคอนโดภูเก็ตติดทะเลเพื่อการลงทุน ควรขอโมเดลที่แสดงค่าใช้จ่ายจริงทุกรายการและแยกฤดูกาล แล้วเปรียบเทียบผลตอบแทนสุทธิกับ “ราคาซื้อจริง” ไม่ใช่กับตัวเลขขั้นต้นในโฆษณา |
เพื่อปกป้องเงินลงทุนและหลีกเลี่ยงปัญหาภายหลัง ควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้ให้ครบก่อนวางเงินมัดจำหรือเซ็นสัญญาจอง
“ทีมงานช่วยตรวจสอบโควตาต่างชาติและเอกสาร FET ให้ครบก่อนโอน ทำให้ซื้อคอนโดติดทะเลที่บางเทาได้อย่างราบรื่น ปล่อยเช่าได้จริงตั้งแต่ปีแรก” — [ชื่อลูกค้า], [ประเทศ] • ผู้ซื้อปี [25xx] (ตัวอย่าง – แทนที่ด้วยรีวิวจริง) |
“ประทับใจที่ได้รับคำแนะนำตามจริงเรื่องผลตอบแทนสุทธิ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในโบรชัวร์ ทำให้เลือกห้องในกะตะที่คุ้มค่าและบริหารง่าย” — [ชื่อลูกค้า], [ประเทศ] • ผู้ซื้อปี [25xx] (ตัวอย่าง – แทนที่ด้วยรีวิวจริง) |
Q: ชาวต่างชาติซื้อคอนโดภูเก็ตติดทะเลได้หรือไม่?
A: ได้ ชาวต่างชาติถือครองห้องชุดแบบกรรมสิทธิ์ (Freehold) ได้ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 โดยสัดส่วนการถือครองของชาวต่างชาติรวมกันต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคาร และต้องโอนเงินซื้อจากต่างประเทศเป็นเงินตราต่างประเทศพร้อมเอกสาร FET หากโควตาเต็มจะถือครองได้ในรูปแบบสัญญาเช่าระยะยาว (Leasehold) แทน
Q: คอนโดภูเก็ตติดทะเลราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?
A: ในปี 2569 สตูดิโอในโซนราคาเข้าถึงได้ เช่น ในหาน–ราไวย์ เริ่มราว 2.5–4 ล้านบาท ส่วนโซนพรีเมียมอย่างบางเทา สุรินทร์ และกมลา ราคาต่อตารางเมตรอยู่ที่ราว 170,000–350,000 บาท ขึ้นกับโครงการ ชั้น และทิศวิว
Q: “ติดทะเล” กับ “วิวทะเล” ต่างกันอย่างไร?
A: “ติดทะเล” หมายถึงตัวอาคารตั้งอยู่ติดหรือใกล้แนวหาดโดยตรง ส่วน “วิวทะเล” คือมองเห็นทะเลแต่ตัวอาคารมักอยู่บนเนินถัดจากหาด เนื่องจากกฎหมายควบคุมความสูงริมชายฝั่งของภูเก็ต คอนโดที่ติดทะเลจริงจึงมีจำนวนจำกัดและมักมีราคาสูงกว่า
Q: ทำเลไหนเหมาะกับการลงทุนปล่อยเช่ามากที่สุด?
A: บางเทา/เชิงทะเล และป่าตอง มักให้ผลตอบแทนขั้นต้น (Gross Yield) สูงราว 7–9% จากดีมานด์นักท่องเที่ยวตลอดปี ขณะที่สุรินทร์และกมลาเด่นเรื่องเสถียรภาพราคาและสภาพคล่องการขายต่อ
Q: ผลตอบแทนค่าเช่าของคอนโดติดทะเลภูเก็ตอยู่ที่เท่าไหร่?
A: โดยทั่วไปผลตอบแทนขั้นต้นอยู่ที่ราว 5–9% ต่อปี และผลตอบแทนสุทธิหลังหักค่าบริหาร ค่าส่วนกลาง ค่าการตลาด และภาษี มักอยู่ที่ราว 4–6% ขึ้นกับทำเลและการบริหารห้อง
Q: ค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายต่อเนื่องมีอะไรบ้าง?
A: ค่าส่วนกลาง (CAM) มักอยู่ที่ราว 50–100 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน บวกเงินกองทุนสำรอง (Sinking Fund) ที่ชำระครั้งเดียวตอนโอน และค่าน้ำค่าไฟตามการใช้จริง
Q: มีค่าธรรมเนียมและภาษีอะไรบ้างตอนโอน?
A: โดยรวมประมาณ 3–6% ของราคา ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน (ปกติ 2% แต่มีมาตรการลดเหลือ 0.01% สำหรับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทตามช่วงเวลาที่รัฐกำหนด) ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายมักตกลงแบ่งกันจ่าย
Q: ซื้อคอนโด Off-Plan (ระหว่างก่อสร้าง) ปลอดภัยหรือไม่?
A: ปลอดภัยขึ้นได้หากตรวจสอบประวัติผู้พัฒนา ใบอนุญาตก่อสร้าง รายงาน EIA สถานะโควตาต่างชาติ และเลือกแผนผ่อนที่ผูกกับความคืบหน้าของงานก่อสร้าง พร้อมให้ทนายตรวจสัญญาก่อนวางเงินทุกครั้ง

คอนโดมิเนียมปลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแห่งแรกของภูเก็ต ดีไซน์โดย Tula Architects ตั้งอยู่ใจกลางย่านไลฟ์สไตล์บางเทา–เชิงทะเล ใกล้ Boat Avenue และ Porto de Phuket เป็นทำเลปล่อยเช่าที่มีดีมานด์ทั้งปี ปัจจุบันก่อสร้างแล้วและขายไปแล้วกว่า 70% เหลือเพียงราว 25 ยูนิตสุดท้าย
ข้อมูลสำคัญ:
| ประเภทห้อง | ขนาดเริ่มต้น | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|---|
| 1 ห้องนอน | 36 ตร.ม. | 5.7 ล้านบาท |
| 2 ห้องนอน | 50 ตร.ม. | 7.3 ล้านบาท |
| 3 ห้องนอน | 95 ตร.ม. | 11.4 ล้านบาท |

บูทีคคอนโดอีโค่ดีไซน์โลว์ไรส์ บนชายฝั่งตอนเหนือที่เงียบสงบของภูเก็ต ห่างจากหาดในยางเพียงราว 350 เมตร (เดิน 3 นาที) ติดอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และห่างสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 7 นาที เป็นโซนที่ดีมานด์การเช่าเติบโตเร็วและยังห่างไกลจากความแออัดของแหล่งท่องเที่ยวหลัก เปิดขายแบบ Off-Plan ในราคาช่วงพรีลอนช์
ข้อมูลสำคัญ:
| ประเภทห้อง | ขนาดเริ่มต้น | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|---|
| สตูดิโอ | 29.5 ตร.ม. | 4.4 ล้านบาท |
| 1 ห้องนอน | 37.5 ตร.ม. | 4.8 ล้านบาท |
| 1 ห้องนอน+ | 44.4 ตร.ม. | 6.2 ล้านบาท |
| 2 ห้องนอน | 60 ตร.ม. | 8.2 ล้านบาท |
| สวีท / เพนต์เฮาส์ | 91 ตร.ม. | 14 ล้านบาท |
To apply for a position at The Zero Phuket, please send your cover letter and Curriculum Vitae to hr@thezerophuket.com. We look forward to learning more about you and welcoming new talent to our team.